ฟางเส้นสุดท้าย! ปัจจัยสำคัญทำ พ.ต.อ.ภาคภูมิ ออกมาแฉ “บิ๊กโจ๊ก”
ฟางเส้นสุดท้าย! ปัจจัยสำคัญทำ พ.ต.อ.ภาคภูมิ ออกมาแฉ “บิ๊กโจ๊ก”
บิ๊กเต่า เผยแรงจูงใจสำคัญของ พ.ต.อ.ภาคภูมิ
deepnaturegardens.com – เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 ที่กองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. หรือที่รู้จักในชื่อ “บิ๊กเต่า” ได้ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุผลสำคัญที่ทำให้ พ.ต.อ.ภาคภูมิ ตัดสินใจออกมาเป็นพยานแฉ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ “บิ๊กโจ๊ก”
บิ๊กเต่าเปิดเผยว่า ปัจจัยหลักคือความกดดันที่ครอบครัวของ พ.ต.อ.ภาคภูมิได้รับ โดยเฉพาะบิดาซึ่งเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 25 ทนไม่ไหวกับกระแสข่าวที่ทำให้ครอบครัวเสื่อมเสียชื่อเสียง และยังเกิดความเครียดจากสถานการณ์ที่องค์กรตำรวจถูกโจมตี ซึ่งนี่ถือเป็น “ฟางเส้นสุดท้าย” ที่ทำให้ พ.ต.อ.ภาคภูมิ นำหลักฐานทั้งหมดมามอบให้พนักงานสอบสวน
การดำเนินคดีไม่เกี่ยวกับผลประโยชน์ส่วนตัว
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ยืนยันว่าการดำเนินคดีครั้งนี้ไม่ใช่การ “น็อก” หรือเล่นงาน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เพื่อประโยชน์ส่วนตัว แต่เป็นการเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและประชาชน

หลักฐานทั้งหมด ทั้งที่มีอยู่เดิมและที่ได้มาเพิ่มเติม ล้วนเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีและคดีอื่น ๆ ที่อยู่ระหว่างการสอบสวน พนักงานสอบสวนได้สอบพยานหลายเหตุการณ์ หลายช่วงเวลา และพบว่าหลักฐานมีความสอดคล้องกัน
เปรียบเทียบคดีนี้กับ “การจับผี”
พ.ต.อ.ภาคภูมิ แฉ บิ๊กโจ๊ก พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เปรียบเทียบคดีนี้เหมือนการจับผี เนื่องจากผู้ถูกกล่าวหาพยายามกระทำการโดยไม่ทิ้งร่องรอย ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้หลักฐานที่ชัดเจน รอบคอบ และรัดกุม
การจำลองเหตุการณ์เพื่อยืนยันหลักฐาน
เจ้าหน้าที่ได้ทำแผนประกอบคำให้การ โดยจำลองเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุ ใช้รถรุ่นและยี่ห้อเดียวกัน พบว่ามีบุคคลอยู่ 4 คนในรถ รวมถึงกรรมการ ป.ป.ช. และ พ.ต.อ.ภาคภูมิ ซึ่งสามารถอธิบายระยะสายตาและรายละเอียดภายในรถได้อย่างชัดเจน สอดคล้องกับคลิปภาพและคลิปเสียงที่ตรวจยึดมา
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ย้ำว่า เจ้าหน้าที่ทุกคนมีจิตวิญญาณในการทำงาน แม้ว่าหลายคนอยู่ภายใต้แรงกดดันและความกตัญญูต่อผู้บังคับบัญชา แต่เมื่อเห็นว่าตนเองไม่ได้รับความเป็นธรรม และมีความพยายามโยนความผิดให้ลูกน้อง ย่อมกระทบต่อจิตใจ ครอบครัว และศักดิ์ศรีของความเป็นตำรวจ พ.ต.อ.ภาคภูมิ แฉ บิ๊กโจ๊ก
พ.ต.อ.ภาคภูมิยังไม่ถูกแจ้งข้อกล่าวหา
บิ๊กเต่า ระบุว่า พ.ต.อ.ภาคภูมิ ยังไม่ถูกแจ้งข้อกล่าวหา เนื่องจากพยานหลักฐาน คลิป และคำให้การของเขาเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี และต้องพิจารณาแยกแยะอย่างรอบคอบ
ปัจจุบันคดีได้ส่งให้ ป.ป.ช. อยู่ระหว่างการพิจารณาตามขั้นตอน หากพบการกระทำผิดของผู้ใด ก็สามารถแจ้งข้อกล่าวหาได้โดยไม่ลังเล
การเปิดเผยความจริงเพื่อความยุติธรรม
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ พ.ต.อ.ภาคภูมิ ออกมาเป็นพยานคือความกดดันที่ครอบครัวได้รับ โดยเฉพาะบิดาที่รักองค์กรตำรวจและเกิดความเครียดจากกระแสข่าว
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวทิ้งท้ายว่า การเปิดเผยความจริงครั้งนี้เปรียบเสมือนการเปิดประตูให้ตำรวจรุ่นน้องที่ถูกกดทับมานานนับสิบปี ได้ออกมาสู่ความยุติธรรม และยืนยันว่าทุกอย่างจะเดินไปตามกระบวนการของกฎหมาย ใครผิด ใครถูก ต้องพิสูจน์กันในกระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่ความรู้สึกหรืออคติส่วนตัวของใคร
แหล่งที่มา : THAIRATH